เสียงก๊อบแก๊บที่ข้อเข่าเวลาขยับ คอลลาเจนช่วยบำรุงข้อต่อ ?

collagen-help-nourish-the-joints

หลายคนอาจเคยได้ยินเสียง “ก๊อบแก๊บ” หรือเสียงกรอบแกรบจากข้อเข่าขณะลุกนั่ง เดินขึ้นบันได หรือย่อตัว จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเสียงดังกล่าวเป็นสัญญาณของกระดูกอ่อนเสื่อมหรือไม่ ที่จริงแล้วเสียงในข้อเข่าอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และหากไม่มีอาการปวด บวม ฝืด หรือล็อกร่วมด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อเข่ากำลังมีความผิดปกติรุนแรงเสมอไป

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น ใช้งานข้อเข่าหนัก ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก หรือมีน้ำหนักตัวมาก ข้อต่อและกระดูกอ่อนอาจต้องรับแรงกดมากขึ้น การดูแลสุขภาพข้อเข่าตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ควบคุมน้ำหนัก และเลือกรับประทานสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างคอลลาเจน

Table of Contents

เสียงก๊อบแก๊บที่ข้อเข่าเกิดจากอะไร?

เสียงก๊อบแก๊บ เสียงคลิก หรือเสียงกรอบแกรบที่เกิดขึ้นบริเวณข้อเข่าขณะลุกนั่ง เดิน ย่อตัว หรือขึ้นลงบันได เรียกในทางการแพทย์ว่า Crepitus โดยเสียงเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่ากระดูกกำลังเสียดสีกันหรือข้อเข่าเสื่อมเสมอไป

เสียงก๊อบแก๊บที่ไม่ปวด อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

ในบางกรณี เสียงที่เกิดขึ้นอาจมาจากฟองอากาศหรือการเปลี่ยนแปลงของแรงดันภายในน้ำหล่อเลี้ยงข้อ รวมถึงเอ็นหรือเส้นเอ็นที่เคลื่อนผ่านปุ่มกระดูกขณะงอและเหยียดเข่า หากมีเพียงเสียงแต่ไม่มีอาการปวด บวม ฝืด หรือขยับติดขัด โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะเจาะจง

ลักษณะที่มักพบได้ เช่น

  • มีเสียงเป็นครั้งคราวในบางท่าทาง
  • ไม่มีอาการปวดร่วมด้วย
  • ไม่มีอาการบวม แดง หรือร้อนบริเวณเข่า
  • ยังเดิน ลงน้ำหนัก และขยับเข่าได้ตามปกติ
  • เสียงไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือรบกวนการใช้ชีวิต

ดังนั้น หากได้ยินเสียงก๊อบแก๊บหลังนั่งนานหรือขยับเข่าในบางมุม แต่ยังไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย อาจลองสังเกตอาการและปรับพฤติกรรมการใช้งานข้อเข่าไปพร้อมกันก่อนได้

เมื่อเสียงอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกอ่อนหรือข้อเข่า

อีกสาเหตุหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความไม่เรียบของผิวกระดูกอ่อนหรือการเปลี่ยนแปลงภายในข้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น ใช้งานข้อเข่าซ้ำ ๆ มีน้ำหนักตัวมาก หรือเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่า เมื่อกระดูกอ่อนสูญเสียความเรียบลื่น การเคลื่อนไหวของข้ออาจทำให้เกิดเสียงเสียดสีหรือเสียงกรอบแกรบได้

ภาวะข้อเข่าเสื่อมเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้เกิดเสียงดังกล่าว เนื่องจากกระดูกอ่อนบริเวณข้อค่อย ๆ สึกหรือเปลี่ยนแปลงตามอายุและการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การมีเสียงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นข้อเข่าเสื่อม จำเป็นต้องพิจารณาอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดเข่า ข้อฝืด บวม หรือเคลื่อนไหวได้ลดลง

อาการแบบไหนควรใส่ใจเป็นพิเศษ?

ควรสังเกตอาการร่วมกับเสียงก๊อบแก๊บ หากมีอาการต่อไปนี้ อาจควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

  • ปวดเข่าขณะเดิน ย่อตัว หรือขึ้นลงบันได
  • เข่าฝืด โดยเฉพาะหลังตื่นนอนหรือนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน
  • มีอาการบวม แดง ร้อน หรือกดแล้วเจ็บ
  • รู้สึกว่าเข่าไม่มั่นคง ทรุด หรือลงน้ำหนักได้ลำบาก
  • เข่าล็อก เหยียดหรืองอได้ไม่สุด
  • มีเสียงดังผิดปกติหลังจากหกล้ม บิดเข่า หรือได้รับแรงกระแทก
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวด บวม แดง หรือร้อนบริเวณข้อเข่า

ดูแลข้อเข่าเบื้องต้นอย่างไร?

แม้เสียงก๊อบแก๊บจะไม่ได้หมายถึงความผิดปกติรุนแรงทุกครั้ง แต่การดูแลข้อเข่าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดแรงกดและสนับสนุนการเคลื่อนไหวได้ ควรเริ่มจากการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับเหมาะสม เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก เลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ และหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้เกิดอาการปวดหรือฝืดมากขึ้น

กระดูกอ่อนและความยืดหยุ่นของข้อต่อเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เมื่อพูดถึงเสียงก๊อบแก๊บที่ข้อเข่า หลายคนมักนึกถึง “กระดูกอ่อน” เป็นอันดับแรก เพราะกระดูกอ่อนมีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของข้อเข่า แต่ก่อนจะเข้าใจว่าคอลลาเจนช่วยดูแลข้อต่ออย่างไร ควรรู้จักหน้าที่ของกระดูกอ่อนและองค์ประกอบภายในข้อก่อน

กระดูกอ่อนทำหน้าที่เหมือนชั้นรองรับแรง

กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าเป็นเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มปลายกระดูก ทำหน้าที่เป็นพื้นผิวที่เรียบและช่วยให้กระดูกเคลื่อนผ่านกันได้โดยมีแรงเสียดทานต่ำ นอกจากนี้ยังช่วยกระจายแรงกดและลดแรงกระแทกขณะเดิน วิ่ง ลุกนั่ง หรือขึ้นลงบันได

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า กระดูกอ่อนเป็นเหมือน “เบาะรองแรง” ที่อยู่ระหว่างปลายกระดูก หากโครงสร้างนี้ยังมีความเรียบและยืดหยุ่นดี การเคลื่อนไหวของข้อก็มีแนวโน้มเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อกระดูกอ่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือสึกตามอายุและการใช้งาน อาจทำให้เกิดความฝืด เสียงเสียดสี และอาการไม่สบายบริเวณข้อได้

คอลลาเจนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกระดูกอ่อน

ภายในกระดูกอ่อนประกอบด้วยน้ำ คอลลาเจน และสารกลุ่มโปรตีโอไกลแคน โดยคอลลาเจนชนิดที่ 2 เป็นคอลลาเจนหลักของกระดูกอ่อน ทำหน้าที่รวมตัวเป็นเส้นใยและโครงข่ายเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรง สามารถรับแรงดึงและแรงเฉือนได้

ส่วนโปรตีโอไกลแคนมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้กระดูกอ่อนสามารถต้านแรงกดและคืนรูปได้ในระดับหนึ่ง เมื่อคอลลาเจนและโปรตีโอไกลแคนทำงานร่วมกัน จึงช่วยให้กระดูกอ่อนมีทั้งความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความสามารถในการรองรับแรง

ด้วยเหตุนี้ คอลลาเจนจึงมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและโครงสร้างข้อต่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าการรับประทานคอลลาเจนจะเข้าไปเติมเต็มกระดูกอ่อนบริเวณเข่าได้โดยตรง

ความยืดหยุ่นของข้อต่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระดูกอ่อนเพียงอย่างเดียว

การที่ข้อเข่าจะเคลื่อนไหวได้ดีและมีความยืดหยุ่น ยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายด้าน ได้แก่

  • ความสมบูรณ์ของกระดูกอ่อนและน้ำหล่อเลี้ยงข้อ
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และน่อง
  • ความยืดหยุ่นของเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อ
  • น้ำหนักตัวและแรงกดที่ข้อเข่าต้องรับ
  • รูปแบบการเคลื่อนไหวและการใช้งานข้อ
  • ประวัติการบาดเจ็บหรือการอักเสบภายในข้อ

ดังนั้น แม้จะรับประทานคอลลาเจนเป็นประจำ แต่หากไม่ค่อยขยับร่างกาย กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง หรือใช้งานข้อเข่าหนักเกินไป ก็อาจยังรู้สึกฝืดหรือไม่สบายได้ การดูแลข้อต่อจึงควรทำควบคู่กันทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรม

กระดูกอ่อนเสื่อมไม่ได้เกิดจากการขาดคอลลาเจนเพียงอย่างเดียว

การเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนอาจเกี่ยวข้องกับอายุ แรงกดสะสม น้ำหนักตัว การบาดเจ็บเดิม พันธุกรรม และระดับกิจกรรมทางกาย การกล่าวว่าเสียงก๊อบแก๊บเกิดจาก “คอลลาเจนในเข่าหมด” จึงเป็นการอธิบายที่ง่ายเกินไปและอาจทำให้เข้าใจผิด

คอลลาเจนควรถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสารอาหารที่อาจช่วยสนับสนุนโครงสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและสุขภาพข้อต่อโดยรวม ไม่ใช่ยาที่สามารถหยุดการเสื่อมของข้อหรือสร้างกระดูกอ่อนที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิมได้ หากมีอาการปวด บวม ข้อฝืดมาก หรือเข่าล็อก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอย่างเหมาะสม

คอลลาเจนช่วยบำรุงกระดูกอ่อนและข้อต่ออย่างไร?

เมื่อรับประทานคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย คอลลาเจนจะไม่ถูกส่งไปเกาะบริเวณข้อเข่าโดยตรง แต่จะผ่านกระบวนการย่อยให้เป็นเปปไทด์และกรดอะมิโน จากนั้นร่างกายจึงนำไปใช้ตามกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน คอลลาเจนจึงควรถูกมองว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพข้อต่อ 

thai_woman_knee_check

คอลลาเจนเปปไทด์เกี่ยวข้องกับข้อต่ออย่างไร?

คอลลาเจนเปปไทด์ หรือคอลลาเจนไฮโดรไลเซต คือคอลลาเจนที่ผ่านการย่อยให้มีโมเลกุลขนาดเล็กลง เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะย่อยต่อเป็นเปปไทด์และกรดอะมิโน เช่น ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่พบในโครงสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

สารเหล่านี้อาจมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างเมทริกซ์นอกเซลล์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น กระดูกอ่อน เอ็น และเส้นเอ็น งานวิจัยบางส่วนยังเสนอว่าเปปไทด์จากคอลลาเจนอาจมีบทบาทต่อการตอบสนองของเซลล์ในเนื้อเยื่อข้อต่อ แต่กลไกดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา และไม่ควรตีความว่าเป็นการซ่อมแซมข้อเข่าได้โดยตรง

หลักฐานวิจัยพบประโยชน์ด้านใด?

งานทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานของการทดลองแบบสุ่ม 11 งาน รวมผู้เข้าร่วม 870 คน พบว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์จากคอลลาเจนมีแนวโน้มช่วยปรับปรุงคะแนนอาการปวดและการทำงานของข้อในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยแต่ละฉบับใช้ชนิด ปริมาณ และระยะเวลาของคอลลาเจนแตกต่างกัน

การทบทวนงานวิจัยอีกฉบับซึ่งรวมการทดลองแบบสุ่ม 35 งานและผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน พบว่าคอลลาเจนอนุพันธ์มีผลระดับเล็กน้อยถึงปานกลางต่อการลดอาการปวด และอาจช่วยให้การทำงานของข้อดีขึ้น โดยไม่พบความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

นอกจากนี้ การศึกษากลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอาการไม่สบายบริเวณเข่าหรือสะโพกขณะทำกิจกรรม พบว่าการรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์เฉพาะชนิดเป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับอาการปวดที่ลดลงขณะเดิน ขึ้นบันได และคุกเข่า แต่ผลการศึกษานี้เป็นข้อมูลของคอลลาเจนเปปไทด์สูตรเฉพาะ จึงไม่ควรนำไปเหมารวมว่าผลิตภัณฑ์คอลลาเจนทุกชนิดให้ผลเหมือนกัน

คอลลาเจนอาจช่วยเรื่อง “ความยืดหยุ่น” ได้อย่างไร?

เมื่อข้อต่อมีอาการปวดหรือฝืด ร่างกายอาจลดการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว ทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรงและข้อต่อยิ่งเคลื่อนไหวได้ไม่คล่อง การสนับสนุนสุขภาพเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและการลดความรู้สึกไม่สบายบริเวณข้อ อาจช่วยให้ผู้รับประทานเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายได้สะดวกขึ้นในบางราย

อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นของข้อเข่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับคอลลาเจนเพียงอย่างเดียว ควรดูแลร่วมกับการยืดเหยียด การฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก การควบคุมน้ำหนัก และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูงเกินความเหมาะสม

ต้องรับประทานนานแค่ไหนจึงอาจเห็นผล?

งานวิจัยเกี่ยวกับคอลลาเจนและข้อต่อมักติดตามผลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยบางการศึกษาพบการเปลี่ยนแปลงหลังรับประทานต่อเนื่องประมาณ 12 สัปดาห์ ดังนั้นจึงไม่ควรคาดหวังว่าคอลลาเจนจะทำให้เสียงก๊อบแก๊บหายไปภายในไม่กี่วันmdpi+1

ควรประเมินผลจากภาพรวม เช่น อาการฝืดลดลงหรือไม่ เดินหรือขึ้นบันไดได้สบายขึ้นหรือไม่ และกิจวัตรประจำวันคล่องตัวขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ผลลัพธ์แตกต่างกันตามอายุ สุขภาพข้อเข่า ชนิดของคอลลาเจน ปริมาณที่รับประทาน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

thai_woman_collagen_morning

เลือกคอลลาเจนอย่างไรให้เหมาะกับการดูแลข้อต่อ?

การเลือกคอลลาเจนเพื่อดูแลสุขภาพข้อต่อ ไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขปริมาณคอลลาเจนบนฉลาก แต่ควรดูทั้งชนิดของคอลลาเจน ความสะดวกในการรับประทาน ส่วนประกอบอื่นในสูตร และความสามารถในการรับประทานต่อเนื่อง เพราะการดูแลข้อต่อเป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่การรับประทานเพียงไม่กี่ครั้งแล้วคาดหวังผลลัพธ์ทันที

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกชงคอลลาเจนแบบผง ผลิตภัณฑ์ คอลลาเจนชนิดน้ำพร้อมดื่ม อาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะพกพาง่าย รับประทานได้ทันที และช่วยให้จัดเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น

Madame Louise Liquid Collagen อีกหนึ่งทางเลือกแบบพร้อมดื่ม

Madame Louise Liquid Collagen เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนชนิดน้ำในรูปแบบซองพร้อมดื่ม รสลิ้นจี่ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าให้ Nippi Collagen จากญี่ปุ่น 10,000 มก. ต่อซอง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มคอลลาเจนในกิจวัตรประจำวันโดยไม่ต้องตวงหรือผสมน้ำ

แม้ผลิตภัณฑ์จะสื่อสารเรื่องการดูแลผิวเป็นหลัก แต่คอลลาเจนก็เป็นโปรตีนที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทั่วร่างกาย การเลือกรับประทานคอลลาเจนจึงอาจเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการสนับสนุนการดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งผิว ผม เล็บ และข้อต่อ ควบคู่กับการรับประทานอาหารให้หลากหลายและการเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม

ส่วนประกอบที่น่าสนใจในสูตร

นอกจากคอลลาเจน สูตรยังมีส่วนประกอบอื่นที่ช่วยเสริมแนวคิดการดูแลตัวเองจากภายใน ได้แก่

  • Nippi Collagen 10,000 มก. คอลลาเจนจากญี่ปุ่นในรูปแบบพร้อมดื่ม โดยควรพิจารณาว่าเป็นสารอาหารเสริมเพื่อสนับสนุนสุขภาพเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่ใช่ยารักษาโรคข้อ
  • Vitamin C (Calcium Ascorbate) วิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามปกติของร่างกาย และมีบทบาทในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ
  • KireiCera® เซราไมด์จากจมูกข้าวญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อมโยงกับการสนับสนุนเกราะป้องกันผิวและความชุ่มชื้นของผิว
  • Superberry 6 ชนิด, Acerola Cherry และ White Jelly Fungus กลุ่มสารสกัดที่เสริมภาพรวมการดูแลผิวและสุขภาพจากภายใน
  • Apple Powder และ Vitamin B Complex เป็นส่วนประกอบเสริมในสูตรตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

รับประทานอย่างไรให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลข้อเข่า?

Madame Louise Liquid Collagen มาในรูปแบบซองฉีกดื่มได้ทันที จึงเหมาะกับการรับประทานเป็นประจำในวันที่เร่งรีบ เช่น ช่วงเช้าก่อนออกจากบ้าน หรือช่วงเวลาที่สะดวกตามคำแนะนำบนฉลาก จุดสำคัญไม่ใช่การดื่มเพื่อหวังให้เสียงก๊อบแก๊บหายไปทันที แต่คือการมองผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เริ่มรู้สึกฝืดเข่าเมื่อต้องขึ้นลงบันได อาจจัดการดูแลตัวเองด้วยการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก เลือกเดินหรือปั่นจักรยานในระดับที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานคอลลาเจนเป็นตัวช่วยเสริมในกิจวัตรประจำวัน

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยารักษาโรค และไม่ควรใช้เพื่อวินิจฉัย รักษา หรือป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อม ผู้ที่แพ้อาหารทะเล แพ้โปรตีนจากสัตว์ มีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของคอลลาเจน รายการส่วนประกอบ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

หากเสียงก๊อบแก๊บเกิดร่วมกับปวด บวม เข่าล็อก หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ไม่ควรหวังพึ่งคอลลาเจนเพียงอย่างเดียว เพราะอาการดังกล่าวอาจต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง

สรุป

เสียงก๊อบแก๊บที่ข้อเข่าไม่ได้หมายความว่ากระดูกอ่อนเสื่อมเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อไม่มีอาการปวด บวม หรือขยับติดขัด แต่หากมีอาการร่วม ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน การดูแลข้อเข่าที่ดีควรประกอบด้วยการเสริมกล้ามเนื้อ เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

คอลลาเจนอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสนับสนุนสุขภาพเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและการทำงานของข้อต่อในระยะยาว โดยสามารถเลือกสูตรพร้อมดื่มอย่าง Madame Louise Liquid Collagen เพื่อความสะดวกในการรับประทาน แต่ควรใช้ร่วมกับพฤติกรรมดูแลสุขภาพ และไม่ควรกล่าวอ้างว่าใช้รักษาโรคข้อเข่าหรือทำให้เสียงก๊อบแก๊บหายได้แน่นอน