Phytosterols สารผู้ช่วยลดไขมันเลว (LDL) ที่น่าสนใจ

phytosterols-reduce-bad-cholestero

คอเลสเตอรอลสูงโดยเฉพาะไขมันเลว (LDL) เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เชื่อมโยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก ในการจัดการกับปัญหานี้ การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการเลือกสารธรรมชาติที่ช่วยลด LDL ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลดี หนึ่งในสารธรรมชาติที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Phytosterols ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย โดยงานวิจัยพบว่าการบริโภค Phytosterols อย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดระดับ LDL ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อีกทั้ง Phytosterols ยังเป็นสารที่พบมากในน้ำมันรำข้าวซึ่งเป็นส่วนประกอบในครีมเทียมชนิดหนึ่ง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่อยากลดคอเลสเตอรอล แต่ยังไม่อยากเลิกดื่มกาแฟ

Phytosterols คืออะไร

Phytosterols หรือที่เรียกว่าไฟโตสเตอรอล เป็นสารธรรมชาติที่พบเฉพาะในพืช มีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายกับคอเลสเตอรอลในสัตว์ แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่าง โดย Phytosterols จะช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ระดับไขมันเลว (LDL) ในเลือดลดลง สารนี้พบได้ในผัก ผลไม้ ธัญพืช เมล็ดถั่ว น้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก และน้ำมันงา เป็นต้น

Phytosterols แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ สเตอรอล (Sterols) และสตานอล (Stanol) ซึ่งทั้งสองชนิดมีบทบาทในการป้องกันการ ดูดซึมคอเลสเตอรอล อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Phytosterols ยังมีลักษณะเป็นไขแข็ง ไม่มีสี ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์แต่ไม่ละลายในน้ำ

ส่วนใหญ่จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างเต็มที่ เนื่องจากระบบชีวเคมีของลำไส้จะขับสารกลุ่มนี้กลับออกมา ทำให้มีผลข้างเคียงน้อยและปลอดภัยในการรับประทาน

การบริโภค Phytosterols อย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดระดับ LDL cholesterol และป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลไกการลดไขมันเลว (LDL) ของ Phytosterols

Phytosterols ลดระดับไขมันเลว (LDL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยกลไกหลักคือ การลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ ซึ่งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจะถูกลดลงประมาณ 30-50% โดย Phytosterols แข่งขันกับคอเลสเตอรอลเพื่อเข้าไปจับตัวใน micelles ที่ช่วยให้ไขมันละลายและดูดซึมเข้าสู่ผนังลำไส้ จึงทำให้คอเลสเตอรอลที่ดูดซึมได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กลไกการลดไขมันเลว

นอกจากนี้ Phytosterols ยังมีบทบาทในการลดการนำคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ลำไส้ (enterocytes) โดยการลดการแสดงออกของโปรตีนที่ช่วยพาคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ เช่น Niemann-Pick C1-like 1 (NPC1-L1) และเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลกลับออกไปยังลำไส้ผ่านโปรตีน ABCG5 และ ABCG8 รวมถึงลดอัตราการเอสเทอริฟิเคชันของคอเลสเตอรอลในเซลล์ลำไส้ และเพิ่มการขจัดคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายทางอื่นเช่น ผ่านทางขับถ่ายลำไส้ (transintestinal cholesterol excretion หรือ TICE)

เมื่อการดูดซึมคอเลสเตอรอลลดลง ตับจะชดเชยโดยการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของคอเลสเตอรอลที่ดูดซึม จึงทำให้ระดับ LDL ในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยแสดงว่าการบริโภค Phytosterols ประมาณ 2-3 กรัมต่อวัน สามารถลด LDL ได้ประมาณ 8-11% ในระยะยาว

ประโยชน์และความปลอดภัยของ Phytosterols

Phytosterols ไม่เพียงช่วยลดไขมันเลว (LDL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีความปลอดภัยในการบริโภคอย่างกว้างขวาง โดยได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา (FDA) ว่าเป็นสาร “Generally Recognized as Safe” (GRAS) และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ในหลายงานวิจัยพบว่าการรับประทาน Phytosterols ปริมาณ 2-3 กรัมต่อวัน ช่วยลด LDL ได้ 7-11% โดยไม่ส่งผลกระทบกับระดับไขมันดี (HDL)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับประทาน Phytosterols อาจพบอาการข้างเคียงที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูกได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและชั่วคราว นอกจากนี้ เนื่องจาก Phytosterols ลดการดูดซึมไขมัน อาจส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค จึงแนะนำให้รับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเหล่านี้ร่วมด้วย

ในกรณีผู้ที่มีภาวะผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ภาวะ Phytosterolemia ซึ่งทำให้มีระดับ Phytosterols ในเลือดสูง อาจต้องระมัดระวังการบริโภค Phytosterols หรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารนี้

วิธีรับประทาน Phytosterols และแหล่งอาหารสำคัญ

การรับประทาน Phytosterols ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลดไขมันเลว (LDL) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวิจัยพบว่าการรับประทาน Phytosterols ประมาณ 2-3 กรัมต่อวัน สามารถลด LDL ได้ประมาณ 7-11% และยังช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ด้วย

เนื่องจากปริมาณ Phytosterols ที่พบในอาหารธรรมชาติทั่วไป เช่น ธัญพืช ถั่ว ผัก และน้ำมันพืช อาจไม่เพียงพอต่อการลด LDL อย่างมีนัยสำคัญ จึงมีการเสริม Phytosterols ลงในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น มาการีน เนยเทียม โยเกิร์ต หรือครีมเทียมน้ำมันรำข้าว ซึ่งเป็นแหล่งที่สำคัญของ Phytosterols ที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสารนี้ในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคมาก

น้ำมันรำข้าวโดยเฉพาะ มีปริมาณไฟโตสเตอรอลสูง เมื่อใช้น้ำมันรำข้าวเป็นส่วนประกอบในครีมเทียม นอกจากช่วยลด LDL แล้วยังเหมาะสำหรับคนที่อยากลดคอเลสเตอรอลแต่ยังไม่อยากเลิกดื่มกาแฟ เพราะสามารถใช้ครีมเทียมที่มีน้ำมันรำข้าวแทนครีมเทียมทั่วไปได้อย่างง่ายดาย

บทสรุป

Phytosterols เป็นสารธรรมชาติจากพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยลดไขมันเลว (LDL) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด ความสามารถของ Phytosterols เกิดจากกลไกการเข้าไปแย่งที่ดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ ทำให้คอเลสเตอรอลที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดลดลง และส่งผลให้ระดับ LDL ลดลง 7-15% เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมประมาณ 2-3 กรัมต่อวัน ด้วยความปลอดภัยสูง อาการข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการทางเดินอาหารเล็กน้อย เท่านั้น

Phytosterols ยังพบมากในน้ำมันรำข้าวซึ่งเป็นส่วนประกอบในครีมเทียมที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอล แต่ไม่อยากเลิกดื่มกาแฟ ช่วยให้การปรับพฤติกรรมการกินมีความยืดหยุ่นและง่ายขึ้น

ด้วยคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและความปลอดภัยสูง Phytosterols จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมระดับไขมันเลือด และสามารถนำไปใช้ในรูปแบบอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ประโยชน์ของไฟโตสเตอรอล (Phytosterols)
https://www.siamhealth.net/ประโยชน์ของไฟโตสเตอรอล-phytosterols

Plant Sterols ในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด (elearning-wecare.com)
https://elearning-wecare.com/plant-stanols-ลดระดับคอเลสเตอรอล

ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) 
https://365wecare.com/ไฟโตสเตอรอล

ไฟโตเสตอรอลและเอสเธอร์ (Future Food – สถาบันอาหาร)
https://fic.nfi.or.th/ไฟโตเสตอรอลและเอสเธอร์

ไฟโตสเตอรอลในน้ำมันรำข้าว (lib3.dss.go.th)
https://lib3.dss.go.th/ไฟ-โต-ส-เต-อ-รอ-ล-ไฟ-โต-นิ-ว-เท-รี-ย-น-ท์-ใน-น้ำมัน-รำ-ข้าว

Phytosterols ในการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC/plant-sterols-hypercholesterolemia-treatment

Plant Sterols: How They Help Manage Cholesterol
https://my.clevelandclinic.org/health/articles/plant-sterols-how-they-help-manage-cholesterol